วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

อพอลโล 14 เดินทางสู่ดวงจันทร์ จากแหลมคาร์นาเวอร์รัล รัฐฟลอริด้า ได้สำเร็จ



31 มกราคม พ.ศ.2514 อพอลโล 14 เดินทางสู่ดวงจันทร์โดยนักบินอวกาศ อเลน บี. เชพเพิร์ด เจ อาร์, เอดการ์ ดี มิทเชลล์ และ สตูท เอ รูสา จากแหลมคาร์นาเวอร์รัล รัฐฟลอริด้า ได้สำเร็จ เชพเพิร์ดเป็นอเมริกันคนแรกในอวกาศ และเป็นนักบินอวกาศคนที่ 5 ที่เดินบน ดวงจันทร์ เชพเพิร์ดและมิทเชลล์อยู่บนดวงจันทร์เกือบ 34 ชม. เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ และเก็บตัวอย่างหินบนดวงจันทร์ โดยเดินทางกลับยังโลกในวันที่ 9 ก.พ. อย่างปลอดภัย

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

ร.5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บริษัท แบงก์ สยามกัมมาจลทุนจำกัด ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์



30 มกราคม พ.ศ.2449 ร.5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกประกาศพระราชทานอำนาจพิเศษให้ "บริษัท แบงก์ สยามกัมมาจลทุนจำกัด" ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ได้อย่างเป็นทางการ นับเป็นธนาคารแห่งแรกของคนไทย

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

ประโยชน์ของดอกไม้ช่วยคลายความเครียด

ดอกไม้, ความเครียด, ประโยชน์ของดอกไม้, สุขภาพ, จิตใจ
ดอกไม้มีพลังในการฟื้นฟูและบำรุงรักษาสุขภาพและจิตใจของมนุษย์ โดยในช่วงศตวรรษที่ ๑๖ พราราเซลซัส (Paracelsus) ได้เก็บน้ำค้างจากดอกไม้เพื่อใช้รักษาจิตใจที่ไม่ปกติของคนไข้ โดยเลือกจากคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ เช่น รูปร่าง ขนาด กลิ่น รสชาติ ตัวอย่างเช่น

- ดอกอายไบรท์ (Eyebright) ซึ่งเป็นดอกไม้สีฟ้า และสีเหลืองตรงกลาง ลักษณะ คล้ายดวงตาของคน จะสามารถรักษาความเมื่อยล้าทางสายตา
- ดอกเน็ทเทิล (Nettle) ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น
- ดอกแดนดีไลออน (Dandelion) กับ ดอกเซลันดีน (celandine) มีสีเหลือง ใช้รักษา โรคดีซ่าน

นอก จากนี้ชาวอะบอริจินซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย ได้เรียนรู้ถึงคุณประโยชน์ของดอกไม้โดยการกินดอกไม้ทั้งดอก เพื่อให้สารสกัดที่อยู่ในรูปน้ำค้างที่ได้จากการสกัดของแสงอาทิตย์ ถูกกลืน เข้าไปพร้อมดอกไม้ด้วย หรือหากดอกไม้ดังกล่าวกินไม่ได้ ชาวอะบอริจินจะนั่งบนกองดอกไม้เพื่อซึมซับการรักษาจากดอกไม้

เอียน ไวท์ (Ian White) ได้ เรียนรู้สรรพคุณทางยาของต้นไม้ และได้ค้นพบสารสกัดจากดอกไม้ ๖๒ ชนิดในออสเตรเลียที่สามารถ นำมาใช้รักษาสภาพจิตใจของมนุษย์ได้ นอกจากนี้ยังได้พัฒนา สารสกัดจากดอกไม้ให้สามารถนำมาใช้กับมนุษย์ได้ทันที เช่น

- สารสกัดที่ใช้ในการเดินทาง เป็นสารสกัดที่ช่วยผ่อนคลายปัญหา และความไม่ สบายใจที่เกิดจากการเดินทาง
- สารสกัดสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วยแก้อาการตื่นเต้น และความเครียดที่เกิด จากสถานการณ์วิกฤติต่างๆ ช่วยให้รู้สึกสงบ

การรักษาด้วยดอกไม้ ไม่ได้รักษาที่ร่างกาย แต่เป็นการรักษาสภาวะ ความสมดุลของอารมณ์และจิตใจ

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

ยานขนส่งอากาศแชลเลนเจอร์ระเบิดกลางอากาศหลังทะยานจากศูนย์อวกาศเคนเนดี้



28 มกราคม พ.ศ.2456
ยานขนส่งอากาศแชลเลนเจอร์ระเบิดกลางอากาศหลังทะยานจากศูนย์อวกาศเคนเนดี้ แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา เพียง 73 วินาที ลูกเรือทั้งเจ็ดคนเสียชีวิต นับเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดที่เกิดกับโครงการขนส่งอวกาศของสหรัฐฯ และทำให้สหรัฐฯ หยุดโครงการขนส่งอวกาศของสหรัฐฯ และทำให้สหรัฐฯ หยุดโครงการอวกาศไปอีกเกือบ 3 ปี

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

วันยุวกาชาด



27 มกราคม : วันยุวกาชาด ยุวกาชาดไทยได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2465 โดยจอมพลสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต อุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยามในขณะนั้น ได้ทรงมีพระดำริว่า "สภากาชาดของบางประเทศได้ตั้งสภากาชาดแผนกเด็กขึ้น ที่เรียกตามภาษาอังกฤษว่า Junior Red Cross รับเด็กชาย-หญิงอายุไม่เกิน 18 ปี เป็นสมาชิก โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะปลูกฝังเพาะ นิสัยเด็กให้มีใจเมตตากรุณาต่อมนุษยชาติ ให้เป็นพลเมืองดี มุ่งทำประโยชน์แก่ชนหมู่มากนั้น มีผลดีจนประเทศอื่น ๆ ได้จัดตั้งขึ้นบ้างในหลายประเทศ สมควรที่สภากาชาดสยามจะได้จัดตั้งขึ้นบ้าง………"

คำว่า "อนุกาชาด" ยังคงใช้อยู่ต่อมาจน พ.ศ.2521 จึงได้เปลี่ยนมาเป็น ยุวกาชาด โดยขยายเกณฑ์รับสมาชิกจาก 8-18 ปี เป็น 8-25 ปี โดยครอบคลุมถึงเยาวชนระดับอุดมศึกษา และเยาวชนนอก โรงเรียน และโดยที่งานยุวกาชาดเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน งานยุวกาชาดจึงขึ้นอยู่กับกรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนของสภากาชาดไทย (ยุวกาชาด คือ เยาวชนชาย-หญิง อายุระหว่าง 8-25 ปี ที่มีจิตใจเสียสละ อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม และสืบทอดอุดมการณ์ของกาชาดตามหลักการกาชาด 7 ประการ บทบาทหน้าที่ของยุวกาชาดทุกคน จึงต้องฝึกตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อการเตรียมพร้อมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในทุกโอกาสที่จะทำได้ เพื่อนมนุษย์ในที่นี้อาจเริ่มจากบุคคลใกล้ชิด เช่น ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนมนุษย์ในชุมชน หมู่บ้าน โรงเรียน หาโอกาสในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน และให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ)

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

ผู้อพยพชาวอังกฤษกลุ่มแรกประกอบด้วยนักโทษและผู้คุมเริ่มตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในออสเตรเลีย



26 มกราคม พ.ศ.2331
ผู้อพยพชาวอังกฤษกลุ่มแรกประมาณ 1,000 คนประกอบด้วยนักโทษและผู้คุม นำโดยกัปตันอาร์เธอร์ฟิลลิป เริ่มตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในออสเตรเลียที่ ปอร์ต แจ๊กสัน (Port Jackson) บริเวณอ่าวซิดนีย์ อันเป็นที่ตั้งนครซิดนีย์ในปัจจุบัน

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

วันกองทัพบก



การกำหนดว่าวันไหนเป็นวันที่ระลึกของเหล่าทัพใด เริ่มมีมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ ครั้งนั้นรัฐบาลได้จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาหน่วยราชการต่างๆ ขึ้น และประกาศให้วันที่ "๘ เมษายน" เป็น "วันกลาโหม" โดยพิจารณาเห็นว่า วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๐ เป็นวันที่ออกประกาศการจัดการทหารและพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ซึ่งถือว่าเป็นวันกำเนิดการทหารไทยแบบสมัยใหม่ และมีความเจริญก้าวหน้าติดต่อกันมาจนทุกวันนี้ ในปีต่อมาสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศกำหนดวันที่ระลึกของกองทัพบก คือ วันที ๒๘ กรกฎาคม กองทัพเรือ คือวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และ กองทัพอากาศ คือวันที่ ๑๐ มกราคม ตามลำดับ

การที่กองทัพบกเสนอวันที่ ๒๘ กรกฎาคม เป็นวันกองทัพบกในครั้งนั้น เนื่องจากวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๔ เป็นวันที่กองทัพไทยได้ฉลองชัยชนะกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส โดยกระทำพิธีสวนสนามรับมอบดินแดนในอินโดจีน ที่จังหวัดพระตะบอง โดยมี พล.ท.หลวงพรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี ดินแดนที่ประเทศไทยได้รับคืนคราวนั้นคือ ดินแดนของไทยทั้งหมดที่เสียให้แก่ฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ และ พ.ศ.๒๔๔๙ อันได้แก่

๑. ดินแดนแคว้นหลวงพระบาง ที่อยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขง
๒. ดินแดนแคว้นจัมปาศักดิ์ ที่อยู่ตรงข้ามปากเซ
๓. ดินแดนกัมพูชา ได้แก่ เมืองพระตะบอง ศรีโสภณ และไพลิน

ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๙๔ สภากองทัพบกพิจารณาเห็นว่า ควรเลือกวันที่มีความสำคัญที่เป็นเกียรติประวัติในทางตำนานและประวัติศาสตร์ ของชาติเป็นวันกองทัพบก ในที่สุด กองทัพบกได้กำหนดให้วันที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะสมเด็จพระมหาอุปราชา แห่งกรุงหงสาวดี เมื่อวันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๑๓๕ เป็นวันที่ระลึกสำหรับกองทัพบก โดยพิจารณาเห็นว่า การกระทำยุทธหัตถีครั้งนั้น นับเป็นการยุทธทางบกครั้งยิ่งใหญ่ ชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำมาซึ่งเอกราชของประเทศอย่างสมบูรณ์ และได้รับการยกย่องสรรเสริญทั่วไป ทั้งทวีปเอเซีย และทวีปยุโรป วันดังกล่าวจึงเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งต่อปวงชนชาวไทย เป็นวันที่คนไทยพึงตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งยังเกิดความรักและหวงแหนชาติบ้านเมือง ใน พ.ศ.๒๔๙๔ สำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้ประกาศให้วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่ระลึกของกองทัพบก

เมื่อ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก ในปี พ.ศ.๒๕๐๒ กระทรวงกลาโหมเห็นสมควรรวมวันที่ระลึกของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป็นวันเดียวกัน วันที่ระลึกกระทรวงกลาโหม คือวันที่ ๘ เมษายน และให้เรียกว่า วันกองทัพไทย ทั้งนี้โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเน้นในด้านความสามัคคี และความเป็นปึกแผ่นของกองทัพไทย ตลอดจนเน้นความประหยัดเป็นหลัก สำนักนายกรับมนตรีจึงประกาศให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกกองทัพไทย

ครั้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓ ได้ดำริว่า วันกองทัพไทยน่าจะเปลี่ยนเอาวันที่มีความสำคัญและมีความหมายยิ่งสำหรับทหาร ทั้งสามเหล่าทัพ พึงระลึกถึงด้วยความภาคภูมิใจ ปลุกใจให้เกิดความรักและหวงแหนชาติบ้านเมือง และพร้อมที่จะสละชีวิตเลือดเนื้อเป็นชาติพลี ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่ทหาร ทั้งเป็นที่ชื่นชมยินดีของปวงชนชาวไทยอีกด้วย คณะรัฐตรีจึงมีมติกำหนดให้ วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย โดยใช้เหตุผลเดียวกับวันกองทัพบก และวันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันสถาปนากระทรวงกลาโหม โดยกำหนดให้ใช้เป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๔

จะเห็นได้ว่า โดยหลักฐานแล้ว วันที่ระลึกของทั้ง ๓ เหล่าทัพ ได้ถูกนำเข้าไปรวมเป็นวันกองทัพไทย ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๒ แต่การที่กองทัพต่างๆ จัดงานเฉลิมฉลองวันกองทัพของตนนั้นเป็นการกระทำภายในเหล่าทัพตนเท่านั้น เช่น ทอ.จัดงานวันกองทัพอากาศ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม และ ทร. จัดงานวันกองทัพเรือ ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ส่วน ทบ. ยังคงยึดถือวันที่ ๒๕ มกราคมเป็นวันกองทัพบก